บทสวดสาธยาย อริยมรรคมีองค์ ๘ (ทางพ้นทุกข์)



บทสาธยายอริยมรรคมีองค์ ๘
ใน tiktok หญิงสุตตะ


บทสวดสาธยาย อริยมรรคมีองค์ ๘ (ทางพ้นทุกข์)
-บาลี มหา. ที. ๑๐/๓๔๓/๒๙๙.

(เริ่ม) โดยตั้งใจระลึกถึง
พระพุทธเจ้า
พระธรรม
พระสงฆ์ เป็นสรณะ (เป็นที่พึ่งนำทาง)
เพื่อให้กาย วาจา ใจ สงบเป็นศีล
แล้วตั้งใจมั่นสวดหรือฟัง เพื่อให้เกิดสมาธิ จิตตั้งมั่น
รู้ตามคำสวดสาธยายทุกคำ หรือฟังตาม
แล้วรู้แจ้ง ย่อมเกิดปัญญา

แล้วระลึกนึกถึง หรือเชิญมารดาบิดา
เทพเทวดา หรือภพภูมิอื่นๆ
ให้มาร่วมฟังธรรม สารธยายธรรม
หรือร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วย
เริ่มสวดสาธยาย ดังต่อไปนี้

*********

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

*********

ภิกษุทั้งหลาย ก็อริยสัจ
คือ หนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า
คือ หนทางอันประกอบด้วยองค์แปด อันประเสริฐนี้เอง
องค์แปด คือ
ความเห็นชอบ ความดำริชอบ
วาจาชอบ การงานชอบ อาชีวะชอบ
ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งใจมั่นชอบ

๑. ภิกษุทั้งหลาย ความเห็นชอบ เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ความรู้ ในทุกข์
ความรู้ ในเหตุให้เกิดทุกข์
ความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ความรู้ ในหนทาง เป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความเห็นชอบ

๒. ภิกษุทั้งหลาย ความดำริชอบ เป็นอย่างไร
ความดำริ ในการออกจากกาม
ความดำริ ในการไม่พยาบาท
ความดำริ ในการไม่เบียดเบียน
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความดำริชอบ

๓. ภิกษุทั้งหลาย วาจาชอบ เป็นอย่างไร
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการพูดเท็จ
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการพูดยุให้แตกกัน
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการพูดหยาบ
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการพูดเพ้อเจ้อ
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า วาจาชอบ

๔. ภิกษุทั้งหลาย การงานชอบ เป็นอย่างไร
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการฆ่าสัตว์
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
เจตนาเป็นเหตุงดเว้น จากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า การงานชอบ

๕. ภิกษุทั้งหลาย อาชีวะชอบ เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้
ละการหาเลี้ยงชีพ ที่ผิดเสีย
สำเร็จความเป็นอยู่ ด้วยการหาเลี้ยงชีพที่ชอบ
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า อาชีวะชอบ

๖. ภิกษุทั้งหลาย ความเพียรชอบ เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมปลูกความพอใจ
ย่อมพยายาม
ย่อมปรารภความเพียร
ย่อมประคองจิต
ย่อมตั้งจิตไว้
เพื่อความไม่บังเกิด
แห่งอกุศลธรรมอันเป็นบาปทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้บังเกิด
เพื่อการละเสีย
ซึ่งอกุศลธรรมอันเป็นบาปทั้งหลาย ที่บังเกิดขึ้นแล้ว
เพื่อการบังเกิดขึ้น
แห่งกุศลธรรมทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้บังเกิด
เพื่อความยั่งยืน
ความไม่เลอะเลือน
ความงอกงามยิ่งขึ้น
ความไพบูลย์
ความเจริญ
ความเต็มรอบ
แห่งกุศลธรรมทั้งหลาย ที่บังเกิดขึ้นแล้ว
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความเพียรชอบ

๗. ภิกษุทั้งหลาย ความระลึกชอบ เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้มีปกติพิจารณา เห็นกาย ในกายอยู่
เป็นผู้มีปกติพิจารณา เห็นเวทนา ในเวทนาทั้งหลายอยู่
เป็นผู้มีปกติพิจารณา เห็นจิต ในจิตอยู่
เป็นผู้มีปกติพิจารณา เห็นธรรม ในธรรมทั้งหลายอยู่
มีความเพียรเครื่องเผากิเลส
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจ และความไม่พอใจ ในโลกออกเสียได้
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความระลึกชอบ

๘. ภิกษุทั้งหลาย ความตั้งใจมั่นชอบ เป็นอย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สงัดแล้ว จากกามทั้งหลาย
สงัดแล้ว จากอกุศลธรรมทั้งหลาย
เข้าถึงฌานที่หนึ่ง
อันมีวิตกวิจาร มีปีติ และสุข
อันเกิดแต่วิเวกแล้วแลอยู่
เพราะวิตกวิจารรำงับลง
เธอเข้าถึงฌานที่สอง
อันเป็นเครื่องผ่องใส แห่งใจในภายใน
ให้สมาธิ เป็นธรรมอันเอกผุดขึ้น
ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีแต่ปีติ และสุข
อันเกิดแต่สมาธิ แล้วแลอยู่
เพราะปีติจางหายไป
เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้
มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
และได้เสวยสุขด้วยกาย
ย่อมเข้าถึงฌานที่สาม
อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
กล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า
เป็นผู้เฉยอยู่ได้ มีสติ
มีความเป็นอยู่ เป็นปกติสุข แล้วแลอยู่
เพราะละสุข และทุกข์เสียได้
และความดับหายแห่งโสมนัส และโทมนัสในกาลก่อน
เธอย่อมเข้าถึงฌานที่สี่
อันไม่ทุกข์ และไม่สุข
มีแต่สติอันบริสุทธิ์ เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่
ภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความตั้งใจมั่นชอบ

ภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้แล
เราเรียกว่า อริยสัจ
คือ หนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับ ไม่เหลือแห่งทุกข์

*********

(พัก) เจริญอานาปานสติสมาธิ ๒ นาที
หรือมากกว่านี้ เอาตามสะดวกตนเอง
(มีมรณสติ คือ ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก)


สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า กายมีอยู่
ก็เพียงสักว่าความรู้
เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น
เธอเป็นผู้อันตัณหา และทิฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว
และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

*********

(หลังจากเจริญสมาธิ) แผ่จิตออกไป
ในทิศเบื้องหน้า เบื้องขวา
ในทิศเบื้องหลัง เบื้องซ้าย
ในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง
ในทิศเบื้องขวางโดยรอบ ตลอดโลกทั้งปวง

การกำหนดแผ่โดยเจาะจง
๑. สัพพา อิตถิโย สตรีทั้งปวง
๒. สัพเพปุริสา บุรุษทั้งปวง
๓. สัพเพ อริยา อริยบุคคลทั้งปวง
๔. สัพเพ อนริยา ผู้ที่เป็นบุถุชน ไม่ใช่อริยะทั้งปวง
๕. สัพเพ เทวา เทพเทวดาทั้งปวง
๖. สัพเพ มะนุสสา มนุษย์ทั้งปวง
๗. สัพเพ วินิปาติกา สัตว์ที่ตกต่ำในอบายทั้งปวง

การกำหนดแผ่โดยไม่เจาะจง
๑. สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งปวง
๒. สัพเพ ปาณา สัตว์มีลมหายใจ มีชีวิตทั้งปวง
๓. สัพเพ ภูตา สัตว์ที่เป็นแล้ว ถือภพชาติทั้งปวง
๔. สัพเพ ปุคคะลา บุคคลทั้งปวง
๕. สัพเพ อัตตะภาวะ ปริยาปันนา
สัตว์ที่นับเนื่องอยู่ด้วยอัตภาพ อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งปวง

ตั้งสติกำหนดจิต แผ่เมตตาไปว่า
๑. อะเวรา โหนตุ จงอย่ามีภัย มีเวรต่อกัน
๒. อัพยาปัชฌา โหนตุ จงอย่าเบียดเบียนกันและกัน
๓. อะนีฆา โหนตุ จงอย่ามีทุกข์กาย ทุกข์ใจ
๔. สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงมีสุข รักษาตน ให้สวัสดีเทอญ (จบ)

*********

เมื่อแผ่เมตตาเจโตวิมุตติ
หรือแผ่พรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
ประพฤติสั่งสมเนืองๆ
ปรารภสม่ำเสมอดีแล้ว
พึงหวังอานิสงส์ ๑๑ อย่าง คือ
๑. หลับเป็นสุข
๒. ตื่นเป็นสุข
๓. ไม่ฝันร้าย
๔. เป็นที่รักของพวกมนุษย์
๕. เป็นที่รักของพวกอมนุษย์
๖. เทพยดารักษา
๗. ไฟก็ดี ยาพิษก็ดี ศัสตราก็ดี ไม่ต้องบุคคลนั้น
๘. จิตตั้งมั่นได้รวดเร็ว
๙. สีหน้าผุดผ่อง
๑๐. ไม่หลงทำกาละ
๑๑. เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไป ย่อมเกิดในพรหมโลก

*********

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง
ที่พึ่งอย่างอื่นของข้าพเจ้า ไม่มี
พุทโธ เม สะระณัง วะรัง
พระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
พระธรรม เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
สังโฆ เม สะระณัง วรัง
พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัจเชนะ
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา
ขอความสวัสดี ความเจริญ จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

*********

บทสาธยายอริยมรรคมีองค์ ๘
ใน tiktok หญิงสุตตะ


*********



*********

กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

ความคิดเห็น

พระสูตรสำคัญต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม

Dhamma Purifilm

Dhamma Purifilm
ธรรมะเตือนสติ Purifilm จัดทำโดย ศรันภัทร นคนันทินี (ภูริ) โทร.064-945-4441 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

๒. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระอานนท์)

๑. ว่าด้วยอวิชชาและวิชชาเป็นหัวหน้าแห่งอกุศลและกุศล (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๓. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระสารีบุตร)

๑๘. เจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๙ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๑๔. ทุกขอริยสัจ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๒. มหาราหุโลวาทสูตร (ตรัสกับพระราหุล)

๔. อริยมรรคเรียกชื่อได้ ๓ อย่าง (ตรัสกับพระอานนท์)

มหาสติปัฏฐานสูตร (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๑๒ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ต้น)