พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๕ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖
พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๕
อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖
เป็นปัจจนียปัฏฐาน
คือ อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย
อย่างเล่มก่อนๆ นั่นเอง
แต่อธิบายแง่ปฏิเสธ
แยกเป็น
ปัจจนียปัฏฐาน คือ
ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ)
เช่นว่า ธรรมที่ไม่ใช่กุศล
อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้น
โดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน
คือ อนุโลม + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ)
เช่นว่า อาศัยโลกียธรรม
ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรม
เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
ปัจจนียานุโลมปัฎฐาน
คือ ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + อนุโลม
เช่นว่า อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล
ธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัยเป็นอย่างไร
และในทั้ง ๓ แบบนี้ แต่ละแบบ
จะอธิบายโดยใช้ธรรมในแม่บทชุด ๓
แล้วต่อด้วยชุด ๒
แล้วข้ามชุด ระหว่าง
ชุด ๒ กับชุด 3
ชุด ๓ กับชุด ๒
ชุด ๓ กับชุด ๓
ชุด ๒ กับ ชุด ๒
จนครบทั้งหมดเหมือนกัน
ดังนั้น แต่ละแบบจึงแยกซอยละเอียดออกไปเป็น
ติก- ทุก ทุกติก- ติกทุก- ติกติก- ทุกทุก- ตามลำดับ
(เขียน ให้เต็มเป็นปัจจนียติกปัฏฐาน
ปัจจนียทุกปัฏฐาน ปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ฯลฯ
ดังนี้เรื่อยไปจนถึงท้ายสุด
คือ ปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน)
คัมภีร์ปัฏฐานนี้
ท่านอธิบายค่อนข้างละเอียดเฉพาะเล่มต้นๆ เท่านั้น
เล่มหลังๆ ท่านแสดงไว้แต่หัวข้อหรือแนว
และทิ้งไว้ให้ผู้เข้าใจแนวนั้นแล้ว
เอาไปแจกแจงโดยพิสดารเอง
โดยเฉพาะเล่มสุดท้าย คือ ภาค ๖
แสดงไว้ย่นย่อที่สุด
แม้กระนั้น ก็ยังเป็นหนังสือถึง ๖ เล่ม
หรือ ๓,๓๒๐ หน้ากระดาษพิมพ์
ถ้าอธิบายโดยพิสดารทั้งหมด
จะเป็นเล่มหนังสืออีกจำนวนมากมายหลายเท่าตัว
ท่านจึงเรียกปัฏฐานอีกชื่อหนึ่งว่า
มหาปกรณ์ แปลว่า “ตำราใหญ่”
ใหญ่ทั้งโดยขนาด และโดยความสำคัญ
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า
พระไตรปิฎกมีเนื้อความทั้งหมด
๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
แบ่งเป็น
พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
และพระอภิธรรมปิฎก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
*********
กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ
อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖
เป็นปัจจนียปัฏฐาน
คือ อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย
อย่างเล่มก่อนๆ นั่นเอง
แต่อธิบายแง่ปฏิเสธ
แยกเป็น
ปัจจนียปัฏฐาน คือ
ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ)
เช่นว่า ธรรมที่ไม่ใช่กุศล
อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้น
โดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน
คือ อนุโลม + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ)
เช่นว่า อาศัยโลกียธรรม
ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรม
เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
ปัจจนียานุโลมปัฎฐาน
คือ ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + อนุโลม
เช่นว่า อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล
ธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัยเป็นอย่างไร
และในทั้ง ๓ แบบนี้ แต่ละแบบ
จะอธิบายโดยใช้ธรรมในแม่บทชุด ๓
แล้วต่อด้วยชุด ๒
แล้วข้ามชุด ระหว่าง
ชุด ๒ กับชุด 3
ชุด ๓ กับชุด ๒
ชุด ๓ กับชุด ๓
ชุด ๒ กับ ชุด ๒
จนครบทั้งหมดเหมือนกัน
ดังนั้น แต่ละแบบจึงแยกซอยละเอียดออกไปเป็น
ติก- ทุก ทุกติก- ติกทุก- ติกติก- ทุกทุก- ตามลำดับ
(เขียน ให้เต็มเป็นปัจจนียติกปัฏฐาน
ปัจจนียทุกปัฏฐาน ปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ฯลฯ
ดังนี้เรื่อยไปจนถึงท้ายสุด
คือ ปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน)
คัมภีร์ปัฏฐานนี้
ท่านอธิบายค่อนข้างละเอียดเฉพาะเล่มต้นๆ เท่านั้น
เล่มหลังๆ ท่านแสดงไว้แต่หัวข้อหรือแนว
และทิ้งไว้ให้ผู้เข้าใจแนวนั้นแล้ว
เอาไปแจกแจงโดยพิสดารเอง
โดยเฉพาะเล่มสุดท้าย คือ ภาค ๖
แสดงไว้ย่นย่อที่สุด
แม้กระนั้น ก็ยังเป็นหนังสือถึง ๖ เล่ม
หรือ ๓,๓๒๐ หน้ากระดาษพิมพ์
ถ้าอธิบายโดยพิสดารทั้งหมด
จะเป็นเล่มหนังสืออีกจำนวนมากมายหลายเท่าตัว
ท่านจึงเรียกปัฏฐานอีกชื่อหนึ่งว่า
มหาปกรณ์ แปลว่า “ตำราใหญ่”
ใหญ่ทั้งโดยขนาด และโดยความสำคัญ
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า
พระไตรปิฎกมีเนื้อความทั้งหมด
๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
แบ่งเป็น
พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
และพระอภิธรรมปิฎก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
*********
กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น