๒. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระอานนท์)
๒. อุปัฑฒสูตร
ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น
(ตรัสกับพระอานนท์)
[๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่
ณ นิคมของชาวศักยะชื่อสักระ
ในแคว้นสักกะของชาวศากยะทั้งหลาย
ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว
นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ความเป็นผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
นี้เป็นกึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์เทียวนะ พระเจ้าข้า.
[๕] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรอานนท์ เธออย่าได้กล่าวอย่างนั้น
เธออย่างได้กล่าวอย่างนั้น
ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
นี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว
ดูกรอานนท์
อันภิกษุผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า
จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘.
[๖] ดูกรอานนท์
ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า?
ดูกรอานนท์
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ
อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ ...
สัมมาวาจา ...
สัมมากัมมันตะ ...
สัมมาอาชีวะ ...
สัมมาวายามะ ...
สัมมาสติ ...
สัมมาสมาธิ
อันอาศัยวิเวก
อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ
ดูกรอานนท์
ภิกษุผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มาก
ซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
[๗] ดูกรอานนท์ ข้อว่า
ความเป็นผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียวนั้น
พึงทราบโดยปริยายแม้นี้
ด้วยว่าเหล่าสัตว์
ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากชาติ
ผู้มีชราเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากชรา
ผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากมรณะ
ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เป็นธรรมดา
ย่อมพ้นไปจากโสกะ ปริเทวะทุกข์ โทมนัส และอุปายาส
เพราะอาศัยเราผู้เป็นกัลยาณมิตร
ดูกรอานนท์ ข้อว่า
ความเป็นผู้มีมิตรดี
มีสหายดี
มีเพื่อนดี
เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียวนั้น
พึงทราบโดยปริยายนี้แล.
จบ สูตรที่ ๒
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๙
สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรคหน้าที่ ๒ ข้อที่ ๔ - ๕
*********
(อวิชชาวรรค) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อวิชชาสูตร
ว่าด้วยอวิชชาและวิชชาเป็นหัวหน้าแห่งอกุศลและกุศล
๒. อุปัฑฒสูตร
ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น
๓. สาริปุตตสูตร
ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น
๔. พราหมณสูตร
อริยมรรคเรียกชื่อได้ ๓ อย่าง
๕. กิมัตถิยสูตร
ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อกำหนดรู้ทุกข์
๖. ภิกขุสูตรที่ ๑
ว่าด้วยพรหมจรรย์และที่สุดพรหมจรรย์
๗. ภิกขุสูตรที่ ๒
ความกำจัดราคะเป็นชื่อนิพพานธาตุ
๘. วิภังคสูตร
อริยมรรค ๘
๙. สุภสูตร
มรรคภาวนาที่ตั้งไว้ผิดและตั้งไว้ถูก
๑๐. นันทิยสูตร
ธรรม ๘ ประการเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน
*********
กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น