บทความ

โพสต์เด่น

๙๓. คณกโมคคัลลานสูตร การศึกษาโดยลำดับ (ทำไมบางพวกบรรลุ ไม่บรรลุธรรม)

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๔ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ หน้าที่ ๖๒ ข้อที่ ๙๓ - ๙๔ ๗. คณกโมคคัลลานสูตร (๑๐๗) การศึกษาโดยลำดับ การกระทำโดยลำดับ การปฏิบัติโดยลำดับ ทำไมบางพวกบรรลุ บางพวกไม่บรรลุธรรม [๙๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขา มิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พราหมณ์คณกะโมคคัลลานะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ แล้วได้ทักทายปราศรัยกับ พระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัย พอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ตัวอย่างเช่น ปราสาทของมิคารมารดาหลังนี้ ย่อมปรากฏมี การศึกษาโดยลำดับ การกระทำโดยลำดับ การปฏิบัติโดยลำดับ คือ กระทั่งโครงร่างของบันไดชั้นล่าง แม้พวกพราหมณ์เหล่านี้ ก็ปรากฏมีการศึกษาโดยลำดับ การกระทำโดยลำดับ การปฏิบัติโดยลำดับ คือ ในเรื่องเล่าเรียน แม้พวกนักรบเหล่านี้ ก็ปรากฏมีการศึก...

๑๓๐. จูฬปุณณมสูตร (อสัตบุรุษ สัตบุรุษ)

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๔ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ หน้าที่ ๘๕ ข้อที่ ๑๓๐ - ๑๓๑ ๑๐. จูฬปุณณมสูตร (๑๑๐) (อสัตบุรุษ สัตบุรุษ) [๑๓๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่ปราสาทของอุบาสิกา วิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาค มีภิกษุสงฆ์ห้อมล้อม ประทับนั่งกลางแจ้ง ในราตรีมีจันทร์เพ็ญ วันนั้นเป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ ฯ อสัตบุรุษ รู้จักอสัตบุรุษ ไม่หนอฯ [๑๓๑] ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเหลียวดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่โดยลำดับ จึงตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสัตบุรุษ จะพึงรู้จักอสัตบุรุษว่า ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ หรือไม่หนอฯ ภิกษุเหล่านั้นทูลว่า ข้อนี้หามิได้เลย พระพุทธเจ้าข้าฯ พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถูกละ ข้อที่อสัตบุรุษ จะพึงรู้จักอสัตบุรุษว่า ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ นั่นไม่ใช่ฐานะ ไม่ใช่โอกาส อสัตบุรุษ รู้จักสัตบุรุษ ไหมเล่าฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสัตบุรุษ จะพึงรู้จักสัตบุรุษว่า ผู้นี้เป็นสั...

บทสวดสาธยาย อริยมรรคมีองค์ ๘ (ทางพ้นทุกข์)

รูปภาพ
บทสาธยายอริยมรรคมีองค์ ๘ ใน tiktok หญิงสุตตะ บทสวดสาธยาย อริยมรรคมีองค์ ๘ (ทางพ้นทุกข์) -บาลี มหา. ที. ๑๐/๓๔๓/๒๙๙. (เริ่ม) โดยตั้งใจระลึกถึง พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ (เป็นที่พึ่งนำทาง) เพื่อให้กาย วาจา ใจ สงบเป็นศีล แล้วตั้งใจมั่นสวดหรือฟัง เพื่อให้เกิดสมาธิ จิตตั้งมั่น รู้ตามคำสวดสาธยายทุกคำ หรือฟังตาม แล้วรู้แจ้ง ย่อมเกิดปัญญา แล้วระลึกนึกถึง หรือเชิญมารดาบิดา เทพเทวดา หรือภพภูมิอื่นๆ ให้มาร่วมฟังธรรม สารธยายธรรม หรือร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วย เริ่มสวดสาธยาย ดังต่อไปนี้ ********* นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ********* ภิกษุทั้งหลาย ก็อริยสัจ คือ หนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า คือ หนทางอันประกอบด้วยองค์แปด อันประเสริฐนี้เอง องค์แปด คือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีวะชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งใจมั่นชอบ ๑. ภิกษุทั้งหลาย ความเห็นชอบ เป็นอย่างไร ภิกษุท...

ยถาภตสูตร นรก สวรรค์ อกุศลกรรมบถ กุศลกรรมบถ

รูปภาพ
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๔ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต หน้าที่ ๒๕๙ ข้อที่ ๑๘๙ ยถาภตสูตร ผู้ถูกทอดทิ้งไว้ในนรก ผู้ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ [๑๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็นผู้ถูกทอดทิ้งไว้ในนรก เหมือนสิ่งของที่เขานำมาทอดทิ้งไว้ ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ๑. เป็นคนฆ่าสัตว์ หยาบช้ามีมือชุ่มด้วยโลหิต ตั้งอยู่ในการฆ่าและการทุบตี ไม่มีความเอ็นดูในสัตว์ที่มีชีวิตทั้งปวง ๑ ๒. เป็นคนลักทรัพย์ ถือเอาวัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์ เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่น ซึ่งอยู่ในบ้านหรือในป่าที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยจิตเป็นขโมย ๑ ๓. เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม คือ เป็นผู้ถึงความประพฤติล่วงในสตรี ที่มารดารักษา บิดารักษา พี่ชายน้องชายรักษา พี่สาวน้องสาวรักษา ญาติรักษา ธรรมรักษา ผู้มีสามี ผู้มีอาชญาโดยรอบ โดยที่สุดแม้สตรี ผู้ที่บุรุษคล้องแล้วด้วยพวงมาลัย ๑ ๔. เป็นผู้พูดเท็จ คือ เขาอยู่ในสภา ในบริษัทในท่ามกลางญาติ ในท่ามกลางเสนา หรือในท...

กรรมสูตรที่ ๓ เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นพระอนาคามี

รูปภาพ
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๔ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต หน้าที่ ๒๗๒ ข้อที่ ๑๙๖ กรรมสูตรที่ ๓ เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นพระอนาคามี [๑๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่งกรรม ที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแล อันสัตว์ผู้ทำพึงได้เสวย ในปัจจุบัน ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อๆ ไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์ แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกนั้นนั่นแล ๑. เป็นผู้ปราศจากอภิชฌา ๒. ปราศจากพยาบาท ๓. ไม่ลุ่มหลง ๔. มีสัมปชัญญะ ๕. มีสติเฉพาะหน้า มีใจประกอบด้วย เมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่ก็เหมือนกัน โดยนัยนี้ ทั้งทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกเหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยใจประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ เป็นมหรคตหาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ อริยสาวกนั้นย่อมรู้อย่างนี้ว่า ในกาลก่อนแล จิตของเรานี้เป็นจิตเล็กน้อย ...

๔. ขตสูตรที่ ๒ ปฏิบัติผิดในมารดาบิดา ในสาวกของพระตถาคต (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

รูปภาพ
๔. ขตสูตรที่ ๒ ปฏิบัติผิดในมารดาบิดา ในสาวกของพระตถาคต [๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติผิดในบุคคล ๔ จำพวก เป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก บุคคล ๔ จำพวกใครบ้าง คือ มารดา ๑ บิดา ๑ พระตถาคต ๑ สาวกของพระตถาคต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติผิดในบุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล ๔ จำพวก เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก บุคคล ๔ จำพวกใครบ้าง คือ มารดา ๑ บิดา ๑ พระตถาคต ๑ สาวกของพระตถาคต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย...

๓. ขตสูตรที่ ๑ ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรก (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

รูปภาพ
๓. ขตสูตรที่ ๑ ติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกสิ้น แสนสามสิบหก นิรัพพุททะ [๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นคนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวสรรเสริญคุณของผู้ไม่ควรสรรเสริญ ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควรสรรเสริญ ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส ๑ ไม่ใคร่ครวญสืบสวนให้รอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนพาล ไม่เฉียบแหลม ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนที่ปราศจากคุณสมบัติ ย่อมเป็นผู้ประกอบไปด้วยโทษ นักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ...

๒. ปปติตสูตร ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

รูปภาพ
๒. ปปติตสูตร ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ [๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เราเรียกว่า ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน คือ ศีลที่เป็นอริยะ ๑ สมาธิที่เป็นอริยะ ๑ ปัญญาที่เป็นอริยะ ๑ และวิมุตติที่เป็นอริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เราเรียกว่าผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เราเรียกว่า ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ศีลที่เป็นอริยะ ๑ สมาธิที่เป็นอริยะ ๑ ปัญญาที่เป็นอริยะ ๑ และวิมุตติที่เป็นอริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เราเรียกว่า ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ผู้ที่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ชื่อว่าผู้ตกไป ผู้กำหนัดเพราะราคะ เป็นผู้กลับมาอีก ฉะนั้น ควรทำกิจที่ควรทำ ยินดีในคุณชาติที่ควรยินดี จะได้บรรลุสุขทั้งโลกียสุข และโลกุตตรสุข ฯ จบสูตรที่ ๒ พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต หน้าที่ ๒ ข้...

๑. อนุพุทธสูตร ท่องเที่ยวไปแล้วสิ้นกาลนาน เพราะยังไม่รู้แจ้ง (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

รูปภาพ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ปฐมปัญณาสก์ ภัณฑคามวรรคที่ ๑ ๑ อนุพุทธสูตร ท่องเที่ยวไปแล้วสิ้นกาลนาน เพราะยังไม่รู้แจ้ง [๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภัณฑคาม แคว้นวัชชี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทั้งเรา ทั้งท่านทั้งหลายได้แล่นไปแล้ว ได้ท่องเที่ยวไปแล้วสิ้นกาลนานอย่างนี้ เพราะยังไม่รู้แจ้ง ไม่แทงตลอดซึ่งธรรม ๔ ประการ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ศีลที่เป็นอริยะ ๑ สมาธิที่เป็นอริยะ ๑ ปัญญาที่เป็นอริยะ ๑ และวิมุตติที่เป็นอริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ ศีลที่เป็นอริยะ สมาธิที่เป็นอริยะ ปัญญาที่เป็นอริยะ และวิมุตติที่เป็นอริยะ อันเราและท่านทั้งหลาย ได้ตรัสรู้ ได้แทงตลอดแล้ว ถอนตัณหาใน...

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๕ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๕ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ เป็นปัจจนียปัฏฐาน คือ อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย อย่างเล่มก่อนๆ นั่นเอง แต่อธิบายแง่ปฏิเสธ แยกเป็น ปัจจนียปัฏฐาน คือ ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) เช่นว่า ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้น โดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน คือ อนุโลม + ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) เช่นว่า อาศัยโลกียธรรม ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรม เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร ปัจจนียานุโลมปัฎฐาน คือ ปัจจนีย์ (ปฏิเสธ) + อนุโลม เช่นว่า อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล ธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัยเป็นอย่างไร และในทั้ง ๓ แบบนี้ แต่ละแบบ จะอธิบายโดยใช้ธรรมในแม่บทชุด ๓ แล้วต่อด้วยชุด ๒ แล้วข้ามชุด ระหว่าง ชุด ๒ กับชุด 3 ชุด ๓ กับชุด ๒ ชุด ๓ กับชุด ๓ ชุด ๒ กับ ชุด ๒ จนครบทั้งหมดเหมือนกัน ดังนั้น แต่ละแบบจึงแยกซอยละเอียดออกไปเป็น ติก- ทุก ทุกติก- ติกทุก- ติกติก- ทุกทุก- ตามลำดับ (เขียน ให้เต็มเป็นปัจจนียติกปัฏฐาน ปัจจนียทุกปัฏฐาน ปัจ...

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๔ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๔ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ ยังเป็นอนุโลมปัฏฐาน แต่อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย ในแม่บทต่างๆ ข้ามชุดกันไปมา ประกอบด้วย อนุโลมทุกติกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) โยงกับธรรมในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) เช่น อธิบาย “กุศลธรรมที่เป็นโลกุตตรธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมที่เป็นโลกียธรรม โดยอธิปติปัจจัย” เป็นอย่างไร เป็นต้น อนุโลมติกทุกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) โยงกับธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) อนุโลมติกติกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) โยงกับธรรมในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) โยงระหว่างต่างชุดกัน เช่น อธิบายว่า “กุศลธรรมที่เป็นอดีตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุบันธรรม” เป็นอย่างไร เป็นต้น อนุโลมทุกทุกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) กับธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) โยงระหว่างต่างชุดกัน เช่น ชุดโลกียะโลกุตตระ กับชุดสังขตะอสังขตะ เป็นต้น ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๓ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๓ อภิธรรมปิฎก ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อนุโลมทุกปัฏฐาน ต่อ ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๒ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๒ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ อนุโลมทุกปัฏฐาน อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย ในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) เช่น โลกียธรรมเป็นปัจจัยแก่โลกียธรรม โดยอารัมมณปัจจัย (รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ) ดังนี้ เป็นต้น ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๑ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๑ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ อนุโลมติกปัฏฐาน ต่อ คือ อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย ในแม่บทชุด ๓ ต่อจากเล่ม ๔๐ เช่น อดีตธรรมเป็นปัจจัยแก่ปัจจุบันธรรม โดยอารัมมณปัจจัย (พิจารณารูป เสียง เป็นต้น ที่ดับเป็นอดีตไปแล้ว ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกิดความโทมนัสขึ้น ฯลฯ) เป็นต้น ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๐ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๔๐ อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ คัมภีร์ปัฏฐาน อธิบายปัจจัย ๒๔ โดยพิสดาร แสดงความสัมพันธ์อิงอาศัย เป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแง่ด้านต่างๆ ธรรมที่นำมาอธิบาย ก็คือ ข้อธรรมที่มีในมาติกา คือ แม่บท หรือบทสรุปธรรม ซึ่งกล่าวไว้แล้วในต้นคัมภีร์สังคณีนั่นเอง แต่อธิบายเฉพาะ ๑๒๒ มาติกาแรก ที่เรียกว่า อภิธรรมมาติกา ปัฏฐานเล่มแรกนี้ อธิบายความหมายของปัจจัย ๒๔ เป็นการปูพื้นความเข้าใจเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่เนื้อหาของเล่ม คือ อนุโลมติกปัฏฐาน อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลาย ในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) โดยปัจจัย ๒๔ นั้น เช่นว่า กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัยอย่างไร กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัยอย่างไร อกุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัยอย่างไร กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัยอย่างไร ฯลฯ ฯลฯ (เล่มนี้อธิบายแต่ในเชิงอนุโลม คือ ตามนัยปกติ ไม่อธิบายตามนัยปฏิเสธ จึงเรียกว่า อนุโลมปัฏฐาน) ********* กลับไปหน้าแรก Dh...

พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๓๙ อภิธรรมปิฎก ยมกปกรณ์ ภาค ๒

พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๓๙ อภิธรรมปิฎก ยมกปกรณ์ ภาค ๒ ถามตอบอธิบายหลักธรรมเพิ่มเติม จากภาค ๑ อีก ๓ เรื่อง คือ จิตตยมก ธรรมยมก (กุศล-อกุศล-อัพยากตธรรม) อินทรียยมก บรรจบเป็น ๑๐ ยมก ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๘ อภิธรรมปิฎก ยมกปกรณ์ ภาค ๑

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๘ อภิธรรมปิฎก ยมกปกรณ์ ภาค ๑ คัมภีร์ยมกนี้อธิบายหลักธรรมสำคัญ ให้เห็นความหมายและขอบเขตอย่างชัดเจน และทดสอบความรู้อย่างลึกซึ้ง ด้วยวิธีตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู่ๆ (ยมก แปลว่า “คู่”) เช่น ถามว่า “ธรรมทั้งปวงที่เป็นกุศล เป็นกุศลมูล หรือว่า ธรรมทั้งปวงที่เป็นกุศลมูล เป็นกุศล”, “รูป (ทั้งหมด) เป็นรูปขันธ์ หรือว่ารูปขันธ์ (ทั้งหมด) เป็นรูป”, “ทุกข์ (ทั้งหมด) เป็นทุกขสัจจ์ หรือว่าทุกขสัจจ์ (ทั้งหมด) เป็นทุกข์” หลักธรรมที่นำมาอธิบายในเล่มนี้มี ๗ คือ มูล (เช่นกุศลมูล) ขันธ์ อายตนะ ธาตุ สัจจะ สังขาร อนุสัย ถามตอบอธิบายเรื่องใด ก็เรียกว่า ยมก ของเรื่องนั้นๆ เช่น มูลยมก ขันธยมก เป็นต้น เล่มนี้จึงมี ๗ ยมก ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๗ อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๗ อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ กถาวัตถุ คัมภีร์ที่พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ประธานการสังคายนาครั้งที่ ๓ เรียบเรียงขึ้นเพื่อแก้ความเห็นผิดของนิกายต่างๆ ในพระพุทธศาสนาครั้งนั้น ซึ่งได้แตกแยกกันออกไปแล้วถึง ๑๘ นิกาย เช่น ความเห็นว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตตผลได้ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการเกิดได้ ทุกอย่างเกิดจากกรรม เป็นต้น ประพันธ์เป็นคำปุจฉาวิสัชนา มีทั้งหมด ๒๑๙ กถา ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๖ อภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๖ อภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ มี ๒ คัมภีร์ คือ ธาตุกถา นำข้อธรรมในมาติกาทั้งหลาย และข้อธรรมอื่นๆ อีก ๑๒๕ อย่าง มาจัดเข้าในขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ ว่าข้อใดจัดเข้าได้ หรือไม่ได้ในอย่างไหนๆ และปุคคลบัญญัติ บัญญัติความหมายของชื่อ ที่ใช้เรียกบุคคลต่างๆ ตามคุณธรรม เช่นว่า โสดาบัน ได้แก่ “บุคคลผู้ละสังโยชน์ ๓ ได้แล้ว” ดังนี้เป็นต้น ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๕ อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๕ อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ วิภังค์ ยกหลักธรรมสำคัญๆ ขึ้นมาแจกแจง แยกแยะอธิบาย กระจายออกให้เห็นทุกแง่ และวินิจฉัยจนชัดเจนจบไปเป็นเรื่องๆ รวมอธิบายทั้งหมด ๑๘ เรื่อง คือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อริยสัจจ์ ๔ อินทรีย์ ๒๒ ปฏิจจสมุปบาท สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ โพชฌงค์ ๔ มรรคมีองค์ ๘ ฌาน อัปปมัญญา ศีล ๕ ปฏิสัมภิทา ๔ ญาณประเภทต่างๆ และเบ็ดเตล็ดว่าด้วยอกุศลธรรมต่างๆ อธิบายเรื่องใด ก็เรียกว่า วิภังค์ ของเรื่องนั้น เช่น อธิบายขันธ์ ๕ ก็เรียก ขันธวิภังค์ เป็นต้น รวมมี ๑๘ วิภังค์ ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๔ อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณีปกรณ์

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๔ อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณีปกรณ์ (ธัมม) สังคะณี ต้นเล่มแสดงมาติกา (แม่บท) อันได้แก่ บทสรุปแห่งธรรมทั้งหลายที่จัดเป็นชุดๆ มีทั้งชุด ๓ เช่น จัดทุกสิ่งทุกอย่างประดามี เป็นกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ชุดหนึ่ง เป็น อดีตธรรม อนาคตธรรม ปัจจุบันธรรม ชุดหนึ่ง ฯลฯ และชุด ๒ เช่น จัดทุกสิ่งทุกอย่างเป็น สังขตธรรม อสังขตธรรม ชุดหนึ่ง โลกียธรรม โลกุตตรธรรม ชุดหนึ่ง เป็นต้น รวมทั้งหมดมี ๑๖๔ ชุด หรือ ๑๖๔ มาติกา ตอนต่อจากนั้น ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนสำคัญของคัมภีร์นี้ เป็นคำวิสัชชนา ขยายความมาติกาที่ ๑ เป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม ที่กระจายออกไปในแง่ของจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ท้ายเล่มมีอีก ๒ บท แต่ละบทแสดงคำอธิบายย่อ หรือคำจำกัดความข้อธรรมทั้งหลาย ในมาติกาที่กล่าวถึงข้างต้น จนครบ ๑๖๔ มาติกา ได้คำจำกัดความข้อธรรมใน ๒ บทต่างแนวกันเป็น ๒ แบบ (แต่บทท้ายจำกัดความไว้เพียง ๑๒๒ มาติกา) ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระอภิธรรมปิฎก หลักธรรมและคำอธิบาย แบ่งเป็น ๗ คัมภีร์ ๑๒ เล่ม

รูปภาพ
พระอภิธรรมปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระอภิธรรม คือ หลักธรรม และคำอธิบาย ที่เป็นเนื้อหาวิชาล้วนๆ ไม่เกี่ยวด้วยบุคคล หรือเหตุการณ์ แบ่งเป็น ๗ คัมภีร์ (เรียกย่อหรือหัวใจว่า สํ วิ ธา ปุ ก ย ป) ๑๒ เล่ม ดังนี้ ๑. ธัมมะสังคะณี ๒. วิภังค์ ๓. ธาตุกะถา ๔. ปุคคะละบัญญัติ ๕. กะถาวัตถุ ๖. ยะมะกะ ๗. ปัฏฐาน เล่ม ๓๔ (ธัมม) สังคะณี ต้นเล่มแสดงมาติกา (แม่บท) อันได้แก่ บทสรุปแห่งธรรมทั้งหลายที่จัดเป็นชุดๆ มีทั้งชุด ๓ เช่น จัดทุกสิ่งทุกอย่างประดามี เป็นกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ชุดหนึ่ง เป็น อดีตธรรม อนาคตธรรม ปัจจุบันธรรม ชุดหนึ่ง ฯลฯ และชุด ๒ เช่น จัดทุกสิ่งทุกอย่างเป็น สังขตธรรม อสังขตธรรม ชุดหนึ่ง โลกียธรรม โลกุตตรธรรม ชุดหนึ่ง เป็นต้น รวมทั้งหมดมี ๑๖๔ ชุด หรือ ๑๖๔ มาติกา ตอนต่อจากนั้น ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนสำคัญของคัมภีร์นี้ เป็นคำวิสัชชนา ขยายความมาติกาที่ ๑ เป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม ที่กระจายออกไปในแง่ของจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ท้ายเล่มมีอีก ๒ บท แต่ละบทแสดงคำอธิบายย่อ หรือคำจำกัดความข้อธรรมทั้งหล...

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๓ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๓ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก คาถาประพันธ์แสดงอัตประวัติพระอรหันตเถระ ต่ออีกจนถึงรูปที่ ๕๕๐ ต่อนั้นเป็นเถรีอปทาน แสดงเรื่องราวของพระอรหันตเถรี ๔๐ เรื่อง เริ่มด้วยพระเถรีที่ไม่คุ้นนาม ๑๖ รูป ต่อด้วยพระเถรีที่สำคัญ คือ พระมหาปชาบดีโคตมี พระเขมา พระอุบลวรรณา พระปฏาจารา ฯลฯ พระยโสธรา และท่านอื่นๆ ครั้นจบอปทานแล้ว ท้ายเล่ม ๓๓ นี้ มีคัมภีร์ พุทธวงส์ เป็นคาถาประพันธ์แสดงเรื่องของพระพุทธเจ้า ในอดีต ๒๔ พระองค์ ที่พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน เคยได้ทรงเฝ้า และได้รับพยากรณ์ จนถึงประวัติของพระองค์เอง รวมเป็นพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์ จบแล้วมีคัมภีร์สั้นๆ ชื่อ จริยาปิฎก เป็นท้ายสุด แสดงพุทธจริยาในอดีตชาติ ๓๕ เรื่องที่มีแล้วในชาดก แต่เล่าด้วยคาถาประพันธ์ใหม่ ชี้ตัวอย่างการบำเพ็ญบารมีบางข้อ ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๒ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๒ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ บทประพันธ์ร้อยกรอง (คาถา) แสดงประวัติพระอรหันต์ โดยเฉพาะในอดีตชาติ เริ่มด้วยพุทธอปทาน (ประวัติของพระพุทธเจ้า) ปัจเจกพุทธอปทาน (เรื่องราวของพระปัจเจกพุทธเจ้า) ต่อด้วยเถรอปทาน (อัตตประวัติแห่งพระอรหันตเถระ) เริ่มแต่พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ ฯลฯ พระอานนท์ ต่อเรื่อยไปจนจบภาค ๑ รวม ๔๑๐ รูป ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๑ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๑ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ภาษิตของพระสารีบุตร อธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งต่างๆ เช่น เรื่อง ญาณ ทิฏฐิ อานาปาน อินทรีย์ วิโมกข์ เป็นต้น อย่างพิสดาร เป็นทางแห่งปัญญาแตกฉาน ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๐ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๓๐ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายขยายความพระสูตร ๑๖ สูตร ในปารายะนะวรรค และขัคคะวิสาณะสูตร ในอุระคะวรรค แห่งสุตตะนิบาต ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๙ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๙ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายขยายความพระสูตร ๑๖ สูตร ในอัฏฐะกะวรรคแห่งสุตตะนิบาต ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๘ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๘ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ รวมคาถาอย่างในภาค ๑ นั้นเพิ่มอีก แต่เป็นเรื่องอย่างยาว ตั้งแต่เรื่องมี ๕๐ คาถา (ปัญญาสนิบาต) ถึงเรื่องมีคาถามากมาย (มหานิบาต) จบลงด้วยมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งมี ๑,๐๐๐ คาถา ภาคนี้มี ๒๒ เรื่อง บรรจบทั้งสองภาค เป็น ๕๔๗ ชาดก ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๗ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระไตรปิฎกไทยฉบับหลวง เล่มที่ ๒๗ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ รวมบทร้อยกรอง คือ คาถาแสดงคติธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ในอดีตชาติ และมีคาถาภาษิตของผู้อื่นปนอยู่บ้าง ภาคแรก ตั้งแต่เรื่องที่มีคาถาเดียว (เอกนิบาต) ถึงเรื่องมี ๔๐ คาถา (จัตตาฬีสนิบาต) รวม ๕๒๕ เรื่อง ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๖ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๖ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ซึ่งเป็นบทประพันธ์ร้อยกรอง คือ คาถาล้วน ได้แก่ (๑) วิมานวัตถุ เรื่องผู้เกิดในสวรรค์อยู่วิมาน เล่าการทำความดีของตนในอดีต ที่ทำให้ได้ไปเกิดเช่นนั้น ๘๕ เรื่อง (๒) เปตวัตถุ เรื่องเปรต เล่ากรรมชั่วในอดีตของตน ๕๑ เรื่อง (๓) เถรคาถา คาถาของพระอรหันตเถระ ๒๖๔ รูป ที่กล่าวแสดงความรู้สึกสงบ ประณีตในการบรรลุธรรม เป็นต้น (๔) เถรีคาถา คาถาของพระอรหันตเถรี ๗๓ รูป ที่กล่าวแสดงความรู้สึกเช่นนั้น ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๕ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๒๕ สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต รวมคัมภีร์ย่อย ๔ คือ ๑. ขุททกปาฐะ รวมบทสวดย่อยๆ เช่น มงคลสูตร รตนสูตร กรณียเมตตสูตร ๒. ธรรมบท บทแห่งธรรม หรือบทร้อยกรองเอ่ยเอื้อนธรรม มี ๔๒๓ คาถา ๓. อุทาน พระสูตรแสดงคาถาพุทธอุทาน มีความนำเป็นร้อยแก้ว ๘๐ เรื่อง ๔. อิติวุตตกะ พระสูตรที่ไม่ขึ้นต้นด้วย “เอวมฺเม สุตํ” แต่เชื่อมความเข้าสู่คาถาด้วยคำว่า “อิติ วุจฺจติ” รวม ๑๑๒ สูตร ๕. สุตตนิบาต ชุมนุมพระสูตรชุดพิเศษ ซึ่งเป็นคาถาล้วน หรือมีร้อยแก้วเฉพาะส่วน ที่เป็นความนำ รวม ๗๑ สูตร ********* กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

พระสูตรสำคัญต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม

Dhamma Purifilm

Dhamma Purifilm
ธรรมะเตือนสติ Purifilm จัดทำโดย ศรันภัทร นคนันทินี (ภูริ) โทร.064-945-4441 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ