๑๗. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)



พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๐
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
หน้าที่ ๒๓๑ ข้อที่ ๒๙๙

๑๗. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

[๒๙๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เป็นไฉน
นี้คือมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ คือ
สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปปะ
สัมมาวาจา
สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ
สัมมาวายามะ
สัมมาสติ
สัมมาสมาธิ

ก็สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน
ความรู้ในทุกข์
ความรู้ในทุกขสมุทัย
ความรู้ในทุกขนิโรธ
ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
อันนี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ฯ

สัมมาสังกัปปะ เป็นไฉน
ความดำริในการออกจากกาม
ความดำริในความไม่พยาบาท
ความดำริในอันไม่เบียดเบียน
อันนี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ ฯ

สัมมาวาจา เป็นไฉน
การงดเว้นจากการพูดเท็จ
งดเว้นจากการพูดส่อเสียด
งดเว้นจากการพูดคำหยาบ
งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
อันนี้เรียกว่า สัมมาวาจา ฯ

สัมมากัมมันตะ เป็นไฉน
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
งดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้
งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
อันนี้เรียกว่า สัมมากัมมันตะ ฯ

สัมมาอาชีวะ เป็นไฉน
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้
ละการเลี้ยงชีพที่ผิดเสีย
สำเร็จการเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงชีพที่ชอบ
อันนี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ ฯ

สัมมาวายามะ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เกิดฉันทะพยายาม
ปรารภความเพียร
ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้
เพื่อมิให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น
เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่บังเกิดขึ้นแล้ว
เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น
เพื่อความตั้งอยู่ไม่เลือนหาย
เจริญยิ่ง ไพบูลย์ มีขึ้น เต็มเปี่ยม
แห่งกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว
อันนี้เรียกว่า สัมมาวายามะ ฯ

สัมมาสติ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
พิจารณาเห็นกายในกายอยู่
มีความเพียร
มีสัมปชัญญะ
มีสติ
กำจัดอภิชฌา และโทมนัสในโลกเสียได้
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ฯลฯ
พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ
พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่

มีความเพียร
มีสัมปชัญญะ
มีสติ
กำจัดอภิชฌาและ โทมนัสในโลกเสียได้
อันนี้เรียกว่า สัมมาสติ ฯ

สัมมาสมาธิ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
สงัดจากกาม
สงัดจากอกุศลธรรม
บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร
มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่
เธอบรรลุทุติยฌาน
มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน
เป็นธรรมเอกผุดขึ้น
เพราะวิตกวิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร
มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่
เธอมีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ
เสวยสุขด้วยกาย
เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌาน
ที่พระอริยทั้งหลาย สรรเสริญว่า
ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา
มีสติอยู่เป็นสุข
เธอบรรลุจตุตถฌาน
ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข
เพราะละสุขละทุกข์
และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้
มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่
อันนี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อันนี้เรียกว่า ทุกขนิโรธคามิมีปฏิปทาอริยสัจ ฯ
ดังพรรณนามาฉะนี้
ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายในบ้าง
พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกบ้าง
พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายในภายนอกบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ ความเกิดขึ้นในธรรมบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ เสื่อมในธรรมบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ
ทั้งความเกิดขึ้น ทั้งความเสื่อมในธรรมบ้าง ย่อมอยู่

อีกอย่างหนึ่ง
สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า ธรรมมีอยู่
ก็เพียงสักว่า ความรู้
เพียงสักว่า อาศัยระลึกเท่านั้น
เธอเป็นผู้อันตัณหาและทิฐิ ไม่อาศัยอยู่แล้ว
และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล
ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ ฯ

จบสัจจบรรพ
จบธัมมานุปัสสนา

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๐
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
หน้าที่ ๒๓๑ ข้อที่ ๒๙๙

*********

(มหาสติปัฏฐานสูตร) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
มหาสติปัฏฐานสูตร (พระสูตรเต็มยาว)
๑. มหาสติปัฏฐานสูตร
๒. อานาปานบรรพ
๓. อิริยาปถบรรพ
๔. สัมปชัญญบรรพ
๕. ปฏิกูลมนสิการบรรพ
๖. ธาตุมนสิการบรรพ
๗. นวสีวถิกาบรรพ
๘. เวทนานุปัสสนา
๙. จิตตานุปัสสนา
๑๐. นีวรณบรรพ
๑๑. ขันธบรรพ
๑๒. อายตบรรพ
๑๓. โพชฌงคบรรพ
๑๔. ทุกขอริยสัจ
๑๕. ทุกขสมุทัยอริยสัจ
๑๖. ทุกขนิโรธอริยสัจ
๑๗. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ
๑๘. เจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔

*********

กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

ความคิดเห็น

พระสูตรสำคัญต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม

Dhamma Purifilm

Dhamma Purifilm
ธรรมะเตือนสติ Purifilm จัดทำโดย ศรันภัทร นคนันทินี (ภูริ) โทร.064-945-4441 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

๒. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระอานนท์)

๑. ว่าด้วยอวิชชาและวิชชาเป็นหัวหน้าแห่งอกุศลและกุศล (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๓. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระสารีบุตร)

๑๘. เจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๙ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๑๔. ทุกขอริยสัจ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๒. มหาราหุโลวาทสูตร (ตรัสกับพระราหุล)

๔. อริยมรรคเรียกชื่อได้ ๓ อย่าง (ตรัสกับพระอานนท์)

มหาสติปัฏฐานสูตร (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๑๒ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ต้น)