๒. อานาปานบรรพ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๐
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
หน้าที่ ๒๑๖ ข้อที่ ๒๗๓ - ๒๗๔
๒. อานาปานบรรพ
[๒๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกายอยู่อย่างไรเล่า
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ไปสู่ป่าก็ดี
ไปสู่โคนไม้ก็ดี
ไปสู่เรือนว่างก็ดี
นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า
เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า
๑. เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกยาว
เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว
๒. เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกสั้น
เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้าสั้น
๓. ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอด
กองลมหายใจทั้งปวงหายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้ตลอดกอง
ลมหายใจทั้งปวงหายใจเข้า
๔. ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขารหายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขารหายใจเข้า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
นายช่างกลึงหรือลูกมือของนายช่างกลึงผู้ขยัน
เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่า เราชักยาว
เมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า เราชักสั้น
แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน
เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกยาว
เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว
เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกสั้น
เมื่อหายใจ เข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้าสั้น
ย่อมสำเนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก
ย่อมสำเนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดกองลมทั้งปวงหายใจเข้า
ย่อมสำเนียกว่า เราจักระงับกายสังขารหายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า เรา จักระงับกายสังขารหายใจเข้า
ดังพรรณนามาฉะนี้
ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกาย ภายในบ้าง
พิจารณาเห็นกายในกาย ภายนอกบ้าง
พิจารณาเห็นกายในกาย ทั้งภายใน ทั้งภายนอกบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ ความเกิดขึ้นในกายบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ ความเสื่อมในกายบ้าง
พิจารณาเห็นธรรม คือ ทั้งความเกิดขึ้น
ทั้งความเสื่อม ในกายบ้าง ย่อมอยู่
อีกอย่างหนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยู่ว่า
กายมีอยู่ ก็เพียงสักว่าความรู้
เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น
เธอเป็นผู้อันตัณหา และทิฐิไม่อาศัย อยู่แล้ว
และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่า
พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ฯ
จบอานาปานบรรพ
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๐
สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
หน้าที่ ๒๑๖ ข้อที่ ๒๗๓ - ๒๗๔
*********
(มหาสติปัฏฐานสูตร) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
มหาสติปัฏฐานสูตร (พระสูตรเต็มยาว)
๑. มหาสติปัฏฐานสูตร
๒. อานาปานบรรพ
๓. อิริยาปถบรรพ
๔. สัมปชัญญบรรพ
๕. ปฏิกูลมนสิการบรรพ
๖. ธาตุมนสิการบรรพ
๗. นวสีวถิกาบรรพ
๘. เวทนานุปัสสนา
๙. จิตตานุปัสสนา
๑๐. นีวรณบรรพ
๑๑. ขันธบรรพ
๑๒. อายตบรรพ
๑๓. โพชฌงคบรรพ
๑๔. ทุกขอริยสัจ
๑๕. ทุกขสมุทัยอริยสัจ
๑๖. ทุกขนิโรธอริยสัจ
๑๗. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ
๑๘. เจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔
*********
กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น