ภาวนาเสมอด้วยธาตุ ๕ (ตรัสกับพระราหุล)



๓. ภาวนาเสมอด้วยธาตุ ๕
(ตรัสกับพระราหุล)

[๑๔๐] ดูกรราหุล
เธอจงเจริญภาวนา (อบรมจิต)
เสมอด้วยแผ่นดินเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนา
เสมอด้วยแผ่นดินอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.
ดูกรราหุล เปรียบเหมือนคนทั้งหลาย
ทิ้งของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง
คูถบ้างมูตรบ้าง น้ำลายบ้าง
น้ำหนองบ้าง เลือดบ้าง
ลงที่แผ่นดิน แผ่นดินจะอึดอัดหรือระอา
หรือเกลียดของนั้นก็หาไม่ ฉันใด
เธอจงเจริญภาวนา
เสมอด้วยแผ่นดินฉันนั้นแล

เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนา
เสมอด้วยแผ่นดินอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

[๑๔๑] ดูกรราหุล
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยน้ำเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยน้ำอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.
ดูกรราหุลเปรียบเหมือนคนทั้งหลาย
ล้างของสะอาดบ้าง ของไม่สะอาดบ้าง
คูถบ้าง มูตรบ้าง
น้ำลายบ้าง น้ำหนองบ้าง
เลือดบ้าง ลงในน้ำ
น้ำจะอึดอัดหรือระอา
หรือเกลียดของนั้นก็หาไม่ ฉันใด
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยน้ำ ฉันนั้นแล
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนา
เสมอด้วยน้ำอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

[๑๔๒] ดูกรราหุล
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยไฟเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยไฟอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.
ดูกรราหุล เปรียบเหมือนไฟ
ที่เผาของสะอาดบ้าง ของไม่สะอาดบ้าง
คูถบ้าง มูตรบ้าง
น้ำลายบ้าง น้ำหนองบ้าง เลือดบ้าง
ไฟจะอึดอัดหรือระอา
หรือเกลียดของนั้นก็หาไม่ ฉันใด เธอ
จงเจริญภาวนาเสมอด้วยไฟฉันนั้นแล
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยไฟอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

[๑๔๓] ดูกรราหุล
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยลมเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยลมอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตของเธอได้
ดูกรราหุล เปรียบเหมือนลม
ย่อมพัดต้องของสะอาดบ้าง ของไม่สะอาดบ้าง
คูถบ้าง มูตรบ้าง
น้ำลายบ้าง น้ำหนองบ้าง
เลือดบ้าง
ลมจะอึดอัดหรือระอา
หรือเกลียดของนั้นก็หาไม่ ฉันใด
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยลม ฉันนั้น
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยลมอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

[๑๔๔] ดูกรราหุล
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยอากาศเถิด
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนาเสมอด้วยอากาศอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.
ดูกรราหุล เปรียบเหมือนอากาศ
ไม่ตั้งอยู่ในที่ไหนๆ ฉันใด
เธอจงเจริญภาวนาเสมอด้วยอากาศฉันนั้นแล
เพราะเมื่อเธอเจริญภาวนา
เสมอด้วยอากาศอยู่
ผัสสะอันเป็นที่ชอบใจและไม่ชอบใจ
ที่เกิดขึ้นแล้ว จักไม่ครอบงำจิตได้.

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๓
สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ หน้าที่ ๑๑๔ ข้อที่ ๑๔๐ - ๑๔๑

*********

(มหาราหุโลวาทสูตร) รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เรื่องพระราหุล
๒. ธาตุ ๕
๓. ภาวนาเสมอด้วยธาตุ ๕
๔. การเจริญภาวนาธรรม ๖ อย่าง
๕. อานาปานสติภาวนา

*********

กลับไปหน้าแรก Dhamma Purifilm
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

ความคิดเห็น

พระสูตรสำคัญต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม

Dhamma Purifilm

Dhamma Purifilm
ธรรมะเตือนสติ Purifilm จัดทำโดย ศรันภัทร นคนันทินี (ภูริ) โทร.064-945-4441 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

๒. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระอานนท์)

๑. ว่าด้วยอวิชชาและวิชชาเป็นหัวหน้าแห่งอกุศลและกุศล (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๓. ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้น (ตรัสกับพระสารีบุตร)

๑๘. เจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๙ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๑๔. ทุกขอริยสัจ (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

๒. มหาราหุโลวาทสูตร (ตรัสกับพระราหุล)

๔. อริยมรรคเรียกชื่อได้ ๓ อย่าง (ตรัสกับพระอานนท์)

มหาสติปัฏฐานสูตร (ตรัสกับภิกษุทั้งหลาย)

พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มที่ ๑๒ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ (ต้น)